★Part10: My Memory

posted on 19 Feb 2010 00:45 by ratta-aha

กล้าหาญมากค่ะ  แต่งฟิคเย้ยแอนตี้ฟิคมาได้ถึงพาท 10  อิอิ

ต่อไปอาจจะอัพช้าหน่อยนะคะ  ติดเรียนจริงจังค่ะ

(แอนตี้ฟิคจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก)

มีอะไรมาให้ลุ้นระทึกอีกแล้ว  รอติดตามกันนะคะ

อย่าได้เสียเวลาอ่านที่ไร้เตอร์เวิ้นเว้อ  >>>Enjoy Reading Ka>>>

 

Part10: My Memory

.

.

.

ทำไมวันเวลามันผ่านไปเร็วแบบนี้น๊าา  นี่ฉันมาทำงานที่JYPE  นี่เกือบเดือนแล้วหรอเนี่ย  มาทำที่นี่จนเกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นYG  ก็แหม...ตั้งแต่ที่ฉันมารับตำแหน่งผู้จัดการ(จำเป็น)บิ๊กแบงค์เนี่ย  เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่BB และ2PM  มีงานร่วมกันพอดี  แต่อยู่ที่นี่ก็สนุกดี  ได้รู้จักอุ๋มม่า  และหนุ่มๆ2PM  อิอิ  ถ้ารู้ว่ามาเป็นผู้จัดการวงแล้วได้กำไรชีวิตแบบนี้  ฉันจะขอผูกขาดการเป็นผู้จัดการอย่างถาวร(กรีดร้องงง)  แล้วให้พี่ชายฉันเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นแทน คริคริ  (อยู่ในช่วงเพ้อฝัน) ^^

 

 

สิบโมงกว่าแล้ว  ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงาน  ฉันก็งานยุ๊งยุ่ง  วันๆเดินลอยไปลอยมา(ยุ่งม๊ากกก)  ก็นะ...ฉันไม่ใช่นักร้อง  ไม่ใช่สไตล์ลิสต์  ไม่ใช่พนักงานของที่นี่  เป็นเพียงผู้จัดการตัวเล็กๆ  จะให้ฉันทำอะไรใช่มะ  ดังนั้นการนั่งกินเค้กหลบมุมตรงนี้  ถือว่าเป็นหน้าที่ที่เหมาะสมแก่การเป็นผู้จัดการวงที่สุดแย้วววว  ^___^

 

 

ฉันค่อยๆบรรจงแกะกล่องเค้กออก  ว๊าววว  ช๊อคบราวสตรอเบอร์รี่  น่ากินเป็นที่สุด  ฉันค่อยๆใช้ช้อนที่เขาแถมมาให้(อย่าเรียกว่าแถมเลย  เรียกว่าเป็นสิ่งที่สมควรติดมาด้วยมากกว่า)ตักเค้กขึ้นมากิน  โอ้วววว  อร่อยแบบหาที่เปรียบมิได้  ไม่เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์ไปนั่งรอแต่เช้า  ช่างอร่อยคุ้มค่าการรอคอยยยย  *0*

 

 

ในขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินอยู่กับช๊อคบราวสตรอเบอร์รี่อยู่นั้น  ด้วยบุญบารมีที่ฉันสั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน  ทำให้ฉันเหลือบไปเห็นบุคคล(เติม s ด้วย เพราะมาสองคน)  ซึ่งถือได้ว่าเป็นอันตรายที่สุดต่อช๊อคบราวสตรอเบอร์รี่ของฉัน  ไม่นะ...สวรรค์...ได้โปรด  อย่าเพิ่งให้เขาเดินมาทางนี้  อย่าเพิ่งเดินมาทางนี้  ฉันยังกินไม่หมด  อย่าเพิ่งเดินมา  โอม...จงไป  จงไป...  แต่เหมือนสวรรค์จะไม่ได้ยินเสียงอ้อนวอนของฉัน  เขาทั้งสองกำลังมุ่งหน้าตรงมาทางฉันแล้ววววววว

 

 

ฉันค่อยๆปฏิบัติการลี้ภัยให้แก่ช๊อคบราวน้อยของฉัน  ถึงแม้ว่าฉันจะกินไปเกือบหมดแล้ว  แต่ฉันดันเหลือส่วนที่อร่อยที่สุดเอาไว้นี่สิ  ฉันอุตส่าห์ค่อยๆกินส่วนอื่นๆก่อน  แล้วเหลือส่วนนี้เอาไว้แล้วแท้ๆ  ฉันไม่ให้ใครมาพรากมันไปหรอก

 

 

ค่อยๆเลื่อน  ค่อยๆเลื่อน  กระดึ๊บ  กระด๊บ  เยส!!! ในที่สุด  ก็เลื่อนกล่องเค้กมาวางไว้บนตักได้สำเร็จ  พวกเขาคงมองไม่เห็นกันหรอก  มีโต๊ะบังอยู่  ฉันทำลายหลักฐานบนโต๊ะเรียบร้อย  เก็บกวาดอย่างดี  พวกนั้นไม่มีทางรู้หรอก  หึหึ

 

 

'ตูนนี่  ทำอะไรยู๊'  เสียงซานซองดังขึ้น  ฉันได้แต่ส่งยิ้มหวานให้เขา

'ตูนนี่  เห็นป้าไหม  หายหัวไปแต่เช้าแล้ว'  ปินถามฉัน  เหมือนกับพยายามบอกให้ฉันรู้ว่า  เนี่ย...เขาตามหาอุ๋มม่ามานานมากแล้ว

 

'ฉันก็ยังไม่เห็นอุ๋มม่าแต่เช้าเลย'  ฉันค่อยๆตอบ  ต้องค่อยๆค่ะ  เดี๋ยวกลิ่นช๊อคบราวจะออกมาสู่สายตา(จมูก)ประชาชน

 

'นายได้กลิ่นอะไรไหม'  ซานซองหันไปถามปิน  พร้อมกับทำจมูกฟุตฟิต  พยายามสูดกลิ่น

'ได้' 

'ตูนนนน...นี่'  ซานซองลากเสียงยาว  แล้วเอามือทั้งสองข้างมาวางค้ำกับโต๊ะไว้  เขาก้มหน้าลงมาหาฉัน

'มานอยู่หน๊ายยยย'  ซานซองครางออกมา

 

'อะ  อะไร  หมายถึงอะไรหรอ'  ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  บอกไม่ได้เด็ดขาดดดด

'อย่าทำไม่รู้ไม่ชี้น่า  บอกมาซะดีๆ'  ซานซองยังคงรุกต่อ  โดยมีปินเป็นฝ่ายสนับสนุน

 

'ฉันไม่รู้จริงๆ  พูดเรื่องอะไรกัน'  ฉันไม่กล้าสบตาซานซอง  เพราะเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันมาก  จมูกแทบจะติดกับหน้าฉันอยู่แล้ว

 

'หึหึ  ปากแข็งหรอตูนนี่'  เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ  อ๊ายย  เมื่อกี้แว๊บหนึ่ง  จมูกฉันสัมผัสจมูกเขาด้วย

'คุณนักสืบปิน  ฉันพบหลักฐานชิ้นสำคัญแล้ว'  ซานซองหันไปพูดกับปินที่กำลังจ้องมองพฤติกรรมของซานซองอยู่

 

ปินเลิ๊กคิ้ว  สงสัยว่าซานซองเจออะไร  (ฉันก็สงสัย  นายเจออะไรของน๊ายยย)

 

และทันใดนั้นเอง  ซานซองก็ยกมือขึ้นมา  เขาใช้นิ้วชี้จิ้มมาที่ริมฝีปากของฉัน  กรี๊ดดด  ใจฉันแทบจะหลุดออกจากร่าง  แค่เขาเข้าใกล้ฉัน  ใจฉันก็เต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว  นี่เอานิ้วมาสัมผัสที่ริมฝีปากของฉันอีก  จะให้ฉันขาดใจตายให้ได้เลยใช่ไหมนายซานซอง  ปกติก็เห็นว่านายมีเสน่ห์อยู่แล้ว  แต่ยิ่งได้มาอยู่ในระยะประชิดขนาดนี้  ฉัน...โอ๊ยยย...ฉัน...พูดไม่ออก  ความเขิลจุกอก

 

 

'นี่ไง...หลักฐาน'  เขาพูดพร้อมกับชูนิ้วชี้ที่เปื้อนครีมของเค้กให้ฉันและปินดู (อ๋อออ  ที่แท้ก็มีครีมติดปากฉันอยู่นี่เอง  โธ่  ไม่น่าพลาดเลยฉัน  แล้วเมื่อกี้  ฉันจะใจเต้นไปทำไมเนี่ย)

'ใช่จริงๆด้วย  คุณนักสืบซานซอง' ปินแกล้งทำท่าจริงจัง

'เราคงยักปักใจเชื่อไม่ได้หรอกคุณนักสืบปิน  เราควรส่งไปกรมพิสูจน์หลักฐาน'  ซานซองชู้นิ้วชี้ของเขาส่ายไปส่ายมา  ก่อนที่จะตวัดนิ้วเข้าปาก  หลับตาพริ้ม  ดื่มด่ำกับรสหวานๆของครีมสตรอเบอร์รี่

 

ฉันและปินได้แต่มองตาค้าง  เขาช่างเท่ห์จริงๆ  เซ๊กซี่มากมากกกก  กับท่าชิมครีมม  (ไม่รู้ว่าที่ปินยืนตาค้างมองซานซองจะคิดแบบเดียวกับฉันรึป่าว?)

 

'จากการพิสูจน์หลักฐานแล้ว  พบว่า  ชิ้นส่วนชิ้นนี้  เป็นของช๊อคบราวสตรอเบอร์รี่จริงๆ'  เขาทำท่าจริงจังเลียนแบบนักวิทยาศาตร์

 

'คุณหมดคำแก้ตัวใดๆแล้วคุณตูนนี่  ดังนั้น  รีบๆส่งของกลางมาเดี๋ยวนี้'  เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆอีกแล้วว

 

ฉันเหมือนถูกผีสิงค์  อยู่ๆก็ค่อยๆเลื่อนมือที่ถือกล่องเค้กออกมา  แล้วยกมาวางไว้บนโต๊ะ  ง่า...ฉันถูกความเซ๊กซี่ของผีหมีครอบงำจิตวิญญาณ  (ตอนนี้ฉันได้ขายวิญญาณให้แก่ผีหมีไปเรียบร้อยแล้ววว)

 

 

'นั่นไง'  ซานซองตะโกนออกมา  'ฉันเก่งไหมปิน'  เขาหันไปดี๊ด๊าใส่ปิน  แต่ปินดูจะมีท่าทีแปลกๆไป  เขานิ่งๆ

 

 

'คือมันเหลือแค่นี้  ฉันก็เลยไม่กล้าชวนพวกนายมากินด้วยกันหนะ'  ฉันอธิบายด้วยเสียงอ่อยๆ

'ตูนนี่อิ่มแล้วใช่ปะ'  ซานซองยิ้มแบบมีความหวัง

'ม๊ายยย  ฉันยังไม่อิ่ม'  ฉันรีบดึงกล่องเค้กกลับมา  หลังจากที่ผีหมีออกจากร่าง 

'ฉันอยากกินนี่นา'  ซานซองมองฉันด้วยสายตาเว้าวอน  ออดอ้อนสุดฤทธิ์ชีวิตหมี

'จริงๆฉันก็อยากให้นายกินนะ  แต่จะดีหรอ  ไว้ฉันซื้อมาให้ใหม่นะ'  ฉันรีบเอาช้อนตักเค้กขึ้นมา  และกำลังจะเอาเข้าปาก

 

 

หมับ!!!  ไม่ทันที่ฉันจะได้มีโอกาสลิ้มรสส่วนที่อร่อยที่สุดของเค้กที่ฉันเฝ้ารอมานาน  ซานซองก็เอามือของเขามาคว้ามือของฉันไว้  เขามองหน้าฉัน  แล้วค่อยๆดึงมือของฉันไป  มือของฉันค่อยๆเคลื่อนไปตามแรงของเขา  และใกล้เข้าไปทุกที

 

 

'จะกินละนะ'  ซานซองพูดก่อนที่เขาจะกินเค้กที่อยู่ในมือของฉัน  เขากินช้อนเข้าไปทั้งคัน  เกือบจะกินมือฉันเข้าไปด้วย  หมดกัน  หมดสิ้นทุกสิ่งอัน  ชีวิตฉัน  ไม่เหลืออะไรแล้ววว 

 

 

'ซานซอง  นายทำเกินไป'  ปินพูดกับซานซองทั้งๆที่ซานซองยังจับมือฉันไว้อยู่  และซ้อนก็ยังคาปากเขาอยู่

 

ซานซองมองหน้าฉันด้วยความสำนึกผิด  เขาค่อยๆปล่อยมือฉัน

 

 

'ฉันขอโทษนะตูนนี่'  เขาพูดเสียงอ่อยๆ  ด้วยความสำนึกผิด

'ฉันแค่...อยากหยอกเธอเล่นเฉยๆ'  เขารีบอธิบาย  เพราะเขาคงเห็นน้ำตาคลอที่เบ้าตาของฉัน

 

'ไม่เป็นไรหรอก'  ฉันตอบเสียงสั่นๆ  จะไม่ให้สั่นได้ไง  จะไม่ให้น้ำตาไหลได้ไง  ก็มันตื่นเต้นนี่นา  เขาไม่รู้หรอก  ที่เขาทำทีเล่นทีจริงแบบนี้  มันทำให้ใจของใครคนหนึ่งแถวนี้  คิดไปถึงไหนต่อไหน  เขาช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน  น่ารักเกินไปแล้วนะซานซอง  ไม่นะ  นี่ฉันคงไม่ได้ตกหลุมรักเขาหรอกนะ  ฉันเผลอจ้องหน้าเขาโดยไม่รู้ตัว

 

'ตูนนี้โกรธฉันหรอ'  ซานซองทักฉัน  เมื่อเห็นว่าฉันนิ่งไปนาน

'ป๊าววว'  ฉันรีบหลบสายตาเขา

'ฉันขอโทษนะ'  เขาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆฉัน(อีกแล้ว  เข้าใกล้ฉันอีกแล้ววว)  เขาจับมือของฉันแกว่งไปแกว่งมา  เขาคงหวังจะให้ฉันยกโทษให้  จะยกโทษให้ได้ยังไง  นายทำให้ใจฉันหวั่นไหวแบบนี้  (ฮืออ  จับมือฉันทำม๊ายยย) >.<

 

 

'ไปกันเถอะ'  ปินพูดเสียงเรียบ  (เหมือนอารมณ์ไม่ดี)

'ไปไหน' ซานซองถาม

'นายจะไม่ทำงานรึไง'

'อ้อ'  ซานซองพยักหน้าหงึกๆ

'ไปนะตูนนี่'  ปินพูดกับฉันก่อนจะเดินจากไป(เขาอารมณ์ไม่ดีจริงๆด้วย  เป็นอะไรของเค้านะ  เมื่อกี้ก็ยังเป็นลูกคู่ให้ซานซองอยู่เลย)

'ไปก่อนนะตูนนี่'  ซานซองรีบบอกลาฉัน  ก่อนจะรีบเดินตามปินไป

 

 

ฉันได้แต่มองตามเขาตาลอย(เหม่อลอย)  จนกระทั่งมีเสียงใครบางคนดังขึ้นมา

 

‘ใจง่ายจังนะ'  จียงทักฉัน

‘อะไร'  ฉันหันควับไปทางจียง

‘ไหนบอกว่ารักเจย์'

‘หึ  ฉันไม่ใช่เธอนี่  รู้ว่าเขามีแฟนแล้ว  ยังจะไปรักเขาอยู่ได้'  ฉันตอกกลับจียง

 

 

ฉันรู้เรื่องราวระหว่างอุ๋มม่ากับเจย์แล้ว  อุ๋มม่าโทรมาบอกฉันเอง  อุ๋มม่าบอกฉันว่าเธอไม่อยากโกหกฉัน  เธอไว้ใจและเชื่อใจฉัน  อยากคบฉันอย่างจริงใจ  ไม่อยากปิดบัง  เธอบอกว่า  ไม่อยากให้ฉันเสียความรู้สึกดีๆที่มีต่อเธอ  ฉันก็ถามกลับไปว่า  ไม่กลัวฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกใครหรอ  รู้ไหม  อุ๋มม่าบอกฉันว่ายังไง  เธอบอกว่า  เธอซื้อใจฉัน  เธอเชื่อใจฉัน  แต่ถ้าฉันจะบอกกับใคร  มันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน  เธอถือว่าเธอได้บอกไปแล้ว 

 

 

 

ฉันคงไม่บอกใครหรอก  แต่ฉันอายยยย   ก็ดันไปสารภาพรักเจย์ต่อหน้าอุ๋มม่านี่สิ  ตอนแรกฉันก็ทำเป็นงอนๆ(กลบเกลื่อนความอาย)  แต่คำว่า "เพื่อน"  อะ  พูดง่ายนะ  จะบอกว่าคนโน๊นคนนี้เป็นเพื่อนก็ได้  แต่เพื่อนที่เชื่อใจและไว้ใจเรา  พูดคุยกับเราในทุกๆเรื่อง  ยอมบอกแม้กระทั่งเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตนี่สิ  หายากนะ  แสดงว่า  เขาให้ความสำคัญกับเรามาก  คนคนนี้เขาไว้ใจเรามากจริงๆ  ถึงยอมบอกแม้กระทั่งความลับที่ถ้าเปิดเผยออกไปแล้ว  ผลเสียเกิดขึ้นกับเขาแน่ๆ  แต่เขาก็ยังเชื่อใจฉัน  ถ้าเป็นคุณ  คุณจะยอมสูญเสียเพื่อนแบบนี้ไปหรอ  อนาคตข้างหน้า  คุณมั่นใจได้เลยว่า  คนคนนี้เขาจะอยู่เคียงข้างคุณ  เขาจะไม่ทิ้งคุณไปไหนในยามที่คุณเดือนร้อน  เขาพร้อมจะยื่นมือมาช่วยเหลือ  และเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการให้เขาเป็น  นี่แหละ  "เพื่อน"

 

 

‘แล้วแดซองของเรา  จะเสียใจไหมนะ'  จียงแหย่ฉัน

‘ฉันให้แดซองได้แค่น้อง'  ฉันแหย่จียงกลับ  กล้าดียังไงมาแซวฉันกับแดซอง

‘เธอนี่ก็นะ  ทำไมชอบไปแอบชอบคนที่เขามีเจ้าของ'  จียงพูดเสียงเรียบและเบา 

‘อะไร'

‘ป่าวหรอก'

‘อีกแล้วนะ  ไปรู้อะไรมา  ทำไมไม่บอก'

‘ก็บอกว่าปล่าว'

‘ถ้าหมายถึงซานซอง  ฉันถามอุ๋มม่าแล้ว  หนุ่มๆ2PM  นอกจากเจย์  โสดทุกคนหยะ'

‘อุ๋มม่าของเธอจะไปรู้อะไร  วันๆเคยมองใครที่ไหน'

‘นั่น  นายรู้จริงๆด้วย'

‘ก็บอกว่าป่าว'

‘จียง  บอกมา'  ฉันเริ่มขึ้นเสียง  ก็อยากรู้นี่นา

‘ไม่'

‘จียง'  ฉันยกมือขึ้นกำลังจะบีบคอจียง

 

 

‘รักกันดีนะ'  เสียงอุ๋มม่าดังมาแต่ไกล

‘อุ๋มม่า'  ฉันตะโกนออกไป  แต่อุ๋มม่าเดินเหมือนคนหมดเรี่ยงหมดแรง

‘เป็นอะไร  ไม่สบายหรอ'  จียงทักอุ๋มม่า  พร้อมทั้งเดินเข้าไปประคองให้มานั่งเก้าอี้

‘ฉันมึนหัวนิดหน่อย'  อุ๋มม่าตอบด้วยเสียงอันแหบพร่า

‘ให้ฉันพาไปหาหมอนะ'  จียงเสนอตัว

‘เดี๋ยวเขาก็ให้แฟนเขาพาไป  นายไปยุ่งอะไร'  ฉันอดไม่ได้ที่จะแขวะจียง  หมั่นใส้  รู้ทั้งรู้ว่าเจย์ไม่ชอบ  ยังจะไปยุ่งให้เขาทะเลาะกันอีก

‘ฉันเป็นห่วงในฐานะเพื่อนไม่ได้รึไง'  จียงแถกลับทันที

‘ให้จริงเถอะ'  ฉันไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดจียงซักเท่าไหร่(ไม่เชื่อเลยจะดีกว่า)

‘ฮ่าๆ'  อุ๋มม่าฝืนหัวเราะ 

‘ถ้าหัวเราะไม่ไหว  ก็อย่าฝืนเลยอุ๋มม่า  ฉันเหนื่อยแทน  เก็บแรงเอาไว้เดินไปหาเจย์เถอะ'  ฉันแซวอุ๋มม่า  เพราะเห็นจากสภาพแล้ว  ท่าจะไม่ไหวจริงๆ

‘ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้  ตั้งแต่เช้า  คลื่นไส้  ปวดหัว  ปวดท้อง  ปนกันไปหมด  เหนื่อยๆ  แล้วก็ไม่มีแรง'  อุ๋มม่าอธิบายอาการให้พวกฉันฟัง

‘เธอสมควรไปพบหมอนะ'  ฉันแนะนำด้วยความเป็นห่วง  จียงพยักหน้าหงึกๆ  อยากเป็นคนพาไปเองจนตัวสั่น  แต่ฉันกีดกัน  จึงทำได้เพียงแค่มอง

 

‘เดี๋ยวฉันไปทำงานต่อก่อนนะ  แอบงีบไปนาน  เดี๋ยวโดนด่า'  อุ๋มม่าลุกจากเก้าอี้  เตรียมจะเดินไปทำงานต่อ

‘เห็นปินถามหา'  ฉันเกือบลืมไปเลย  ว่าปินถามหาอุ๋มม่า

‘จ่ะ'  อุ๋มม่าตอบสั้นๆ  ก่อนจะเดินจากไป

 

 

‘ห่วงเขาขนาดนั้นเลย'  ฉันหันไปมองหน้าจียง   ที่ได้แต่ยืนมองอุ๋มม่าเดินจากไป

‘...'  เขาไม่ตอบอะไร  เขาคงเจ็บปวดสินะ  อยากจะดูแลแต่ก็ทำไม่ได้

 

 

เขาได้แต่ยืนนิ่งๆอยู่ข้างๆฉัน  ฉันก็ทำอะไรไม่ถูก  ปกติเขาไม่เป็นแบบนี้  แต่วันนี้เขาเศร้าจัง  เฮ้อ...ฉันก็ทำได้แต่ยืนนิ่งๆเป็นเพื่อนเขา  จะกินเค้กต่อก็ไม่ได้  ซานซองขโมยกินไปหมดแล้ว  อิอิ(แอบหัวเราะ  เดี๋ยวจียงได้ยิน)

******************************************************************************

อุ๋มม่าเป็นอะไรไปน๊า...